admin

admin

รูปภาพของ admin
4.6
Your rating: None Average: 4.6 (5 votes)
User offline. Last seen 2 วัน 7 ชั่วโมง ago. Offline
โตะจายโหมะเลย
Angel
Joined: 04/06/2009
Posts:
 
MSN: 
prince.dhanon@hotmail.com
Google: 
prince.dhanon@gmail.com
 
 

My latest visitors

Total visits 0

เกี่ยวกับฉัน

 

ดูจากสถิติหน้าที่ถูกคลิกเข้าชม ผมก็พบว่าหลายคนคลิกเข้ามาดูที่ admin profile หรืออย่างน้อยความเป็นเจ้าของเว็บไซต์แห่งนี้ก็ถูกค้นหาทางกูเกิ้ลมากมายพอสมควร เอ๊ะ...มันเป็นใคร 555
 
ผมเป็นใคร มาจากไหนถึงมาพูดสัจธรรมของหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตอย่างห้าวหาญ(หรือโอหังในมุมของใครบางคน)เช่นนี้
 
ออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่นักเขียนที่สนใจนิพพาน แต่ผมเป็นผู้ใฝ่หานิพพานที่พอจะเขียนหนังสือได้มากกว่า ดังนั้นหากจะให้เลือกว่าจะเอาชื่อเสียงจากการเขียนหนังสือ หรือนิพพาน ผมเลือกอย่างหลังโดยไม่ลังเล ซึ่งก็พิสูจน์มาแล้วจนปวดใจสำนักพิมพ์และหลายๆคน(ฮา)
 
ผมเองเริ่มเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาตั้งแต่เมื่อสิงหาคม 2549 ที่ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์ เอาแค่ปฏิบัติครั้งแรกก็เห็นสันตติขาดจากกันแล้วครับ สันตติขาดเป็นยังไงเหรอ มันก็เหมือนเห็นความไม่ต่อเนื่องของฟิล์มหนังนั่นแหละครับ ปกติเวลาดูหนังเราจะไม่เห็นขอบฟิล์ม แต่นี่ผมเห็นเฉยเลย สติมันไวมาก จากนั้นก็เลยมุ่งปฏิบัติธรรมเรื่อยมาอย่างจริงจัง ถึงขนาดไปนอนป่าช้าวัดแถวๆอีสานคนเดียวก็เคยมาแล้ว สภาวะธรรมก็ลุ่มๆดอนๆ เปลี่ยงแปลงตามความเป็นอนิจจังนั่นแหละ
 
หลังจากปฏิบัติธรรมไม่นานก็ได้มีโอกาสไปช่วยงานคอร์สวิปัสสนาเด็กอยู่เรื่อยๆ จากนั้นก็ได้ช่วยงานคอร์สวิปัสสนาผู้สูงอายุ ด้วยเห็นประโยชน์ว่าเป็นเรื่องดี ในขณะที่ความเพียรผมก็ย่อหย่อนลงเรื่อยๆ เพราะความเบื่อที่ต้องมาทำ ต้องมาปฏิบัติอยู่เรื่อยๆ จนที่สุดก็เข้าขั้นขี้เกียจปฏิบัติไปเลยเมื่อปี 52 สภาวะธรรมที่เคยดีๆจึงหายจ้อยไปหมดในเวลาไม่นาน เหลือแต่ความเบื่อตัวเองที่ตามหลอกหลอนตลอดเวลา
 
พอกลางปี 2552 ผมจึงได้เริ่มโครงการเว็บไซต์ onk8.net ซึ่งเน้นเผยแพร่วิปัสสนากรรมฐาน เว็บไซต์เติบโตเรื่อยมาจนมีคนเข้าเว็บถึงวันละประมาณ 300-400 คนเมื่อปลายปีก่อน และยังได้ใช้เป็นฐานในการประชาสัมพันธ์คอร์สวิปัสสนาเด็กและผู้สูงอายุอีกด้วย ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ผมก็ได้เริ่มเขียนหนังสือแนววิปัสสนากรรมฐานเล่มแรก และเขียนเล่มที่สองจบเมื่อปลายปี 2552 ทั้งๆที่เล่มแรกยังไม่วางแผง เพราะบก.หนังสือขอให้เขียนต่อเนื่องทันที จะได้ไม่ขาดตอน
 
ซึ่งกว่าจะรู้เรื่องราวของวิปัสสนากรรมฐานมากพอที่จะเขียนหนังสือได้ก็ล่อเข้าไปสามปี แต่ที่สุดแล้วผมก็ยังไม่รู้จักวิปัสสสนากรรมฐานจริงๆหรอกครับ เพราะมีหลายจุดเลยที่หาข้อมูลยังไงก็ไม่มีใครเคลียร์ โดยเฉพาะเรื่องแนวทางปฏิบัติที่ขัดแย้งกันเอง สอบถามใครก็บอกต่อๆกันมาและบอกต่อๆกันไปว่า "แล้วแต่จริต"
 
ตั้งแต่เริ่มโครงการเว็บไซต์และโครงการต่างๆเกี่ยวกับวิปัสสนากรรมฐาน ชีวิตผมก็ติดขัดอยู่ตลอดเวลา จนปัญหาทุกอย่างในชีวิตมาแย่สุดๆเมื่อปลายปี 52 นั่นแหละ คิดดูว่าผู้ภาวนาคนหนึ่งต้องใช้วิธีวิ่งหนีทุกข์หัวซุกหัวซุน ภาวนา หรือดูจิตก็เอาไม่อยู่ กรรมฐานช่วยไม่ได้น่ะมันเป็นยังไง เรียกว่าเป็นช่วงที่จมแช่ทุกข์เลยก็ว่าได้ ถึงขนาดเคยคิดจะฆ่าตัวตาย(ถึงสองครั้ง)ด้วยซ้ำ(แค่คิดครับ ไม่ได้ลงมือจริง) และยิ่งภาวนาไปก็เห็นแต่ตัวกูเป็นผู้ดู ผู้รู้อยู่ตลอดเวลายิ่งทำให้ผมเขวมากขึ้นว่า ตกลงนี่กูปฏิบัติมาสามปีกว่านี่กิเลสไม่ลดลงเลยนี่หว่า
 
จนกระทั่งปลายเดือนธันวาคม 2552 ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสได้ฟังธรรมของหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตที่โหลดจากทางเว็บไซต์ของวัด ฟังครั้งแรกเหมือนถูกตีหัวเลยครับ ไม่อยู่แล้ว ว่างอยู่แล้ว....อะไรวะ ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ แต่พอฟังๆไปเรื่อยๆก็ชักเข้าเค้าแฮะ เพราะสิ่งที่หลวงพ่อฯท่านสอนนั้นฟังยังไงก็เถียงไม่ออก คือโดยหลักการแล้วมันใช่ทั้งหมดเลย คือตั้งแต่ฟังธรรมมาก็มีของหลวงพ่อฯนี่แหละที่เคลียร์สุดๆ จนผมสรุปได้ว่าไม่มีพระองค์ใดอีกแล้วในโลกนี้ที่จะรู้จักนิพพานมากเท่าหลวงพ่อฯ ผมแอบสรุปกับตัวเองว่า หลวงพ่อท่านไม่ธรรมดาแน่ๆ
 
พอต้นปี 53มาถึง ผมจึงนึกอยากจะไปกราบหลวงพ่อ แต่ด้วยความที่ลูกยังเล็กจึงคิดว่าเอาไว้ปลายปีก่อนค่อยไปกราบหลวงพ่อฯดีกว่า อีกอย่างหนึ่งฟังๆแล้วรู้สึกว่าธรรมของหลวงพ่อฯจะขัดกับหนังสือเล่มแรกของผมที่กำลังจะวางแผงจึงเกิดความรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่แน่ใจที่จะไปกราบท่าน เพราะกลัวว่าเนื้อหาในหนังสือจะผิดธรรม แต่ผมก็ยังฟังธรรมของท่านอย่างต่อเนื่องเพราะฟังแล้วติด ยิ่งฟังก็ยิ่งใช่ และแล้วเวลาของผมก็มาถึง
 
กลางเดือนมกราคม 53 ผมฟังธรรมของหลวงพ่อฯจนเร่าร้อนไปหมดแล้ว อยู่ไม่ได้ ต้องไปวัดโดยด่วน ไปให้รู้แน่ว่าหนังสือที่ผมเขียนน่ะผิดหรือไม่ ช่วงนี้ผมกำลังทุกข์หนักมาก ร่ำๆว่าจะตายให้ได้วันนี้เดี๋ยวนี้เลยล่ะ ใจก็เลยคิดว่า ไปพิสูจน์บารมีหลวงพ่อฯหน่อยเถอะวะ เผื่อจะคลายได้แบบที่ท่านว่าจริงๆ จะได้ไม่ต้องแบกทุกข์ไปจนปลายปี 53 ว่าแล้วผมก็ไปกราบหลวงพ่อฯในวันที่ 16-17 มค. จนเกิดเป็นไฟล์บันทึกสนทนาธรรมกับนักปฏิบัติ(นักเขียน) อย่างที่ทุกท่านได้ฟังกันไปแล้ว
 
ผมยอมรับว่าหากไม่ได้หลวงพ่อฯในวันนั้น ผมคิดว่าผมคงตายไปแล้วอย่างแน่นอน ชนิดลงข่าวหน้าหนึ่ง ถูกทำภาพเบลอๆแน่ๆ เพราะทุกข์หนักจนเข้าขั้นคางเหลืองอย่างที่หลวงพ่อฯว่าจริงๆ ไม่เคยทุกข์อะไรแบบนั้นมาก่อนในชีวิตเลยครับ แต่พอกลับจากวัดแล้ว บอกได้เลยว่ามันนอกเหนือทุกข์ไปเองจริงๆ คือเมื่อโลกมันไร้ความหมายในความเป็นอะไรแล้วนั่นแหละ ความหมายในความเป็นทุกข์ก็ดับลงไปเอง ไร้อย่างเดียว
 
นี่คือเหตุของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของทั้งผม และของเว็บไซต์ ใครจะว่าอะไรก็ว่าไปเถอะ เพราะมันว่างอยู่แล้วครับ ไม่มีอะไรต้องขอโทษ(โว๊ย)
 
ที่เหลือหลังจากนี้ต่อไปก็คือสัจธรรมแห่งพระนิพพานอย่างเดียวจริงๆ นะจ๊ะ

 

ความสนใจ

พระนิพพานอย่างเดียวเลยว๊อย

กัลยาณมิตร

รูปภาพของ rawee

Recent posts for admin

ชนิด หัวข้อ ผู้เขียน การตอบ Last Postเรียงไอคอน
กระทู้สนทนา ความเคลื่อนไหวการจัดพิมพ์หนังสือ บันทึกสัจธรรม และ ไม่ต้องนับหนึ่ง มันก็นิพพานอยู่แล้ว admin 1 18/05/2012 - 22:34
เขียนบล็อก ทะลุทะลวง admin 17/05/2012 - 14:03
เขียนบล็อก เลิกกดดันตัวเอง admin 1 16/05/2012 - 09:17
เขียนบล็อก หลงทิฏฐิ(Lost in Translation) admin 1 11/05/2012 - 11:24
เขียนบล็อก นอกเหนือการเลือก admin 2 10/05/2012 - 16:15
เขียนบล็อก สัจธรรมจาก Facebook#14 admin 09/05/2012 - 00:37
เขียนบล็อก คุยข้างเดียว#7 ความคืบหน้าจัดพิมพ์ บันทึกสัจธรรม และ ไม่ต้องนับหนึ่ง มันก็นิพพานอยุ่แล้ว ฉบับธรรมทาน admin 4 04/05/2012 - 15:54
เขียนบล็อก โครงสร้างกรรมในระบบทุนนิยม admin 29/04/2012 - 22:33
เขียนบล็อก ต้นทุนของความดี admin 27/04/2012 - 00:34
เขียนบล็อก ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 3: ตอนที่ 3 สังโยชน์ 10 ภาค 2 admin 2 26/04/2012 - 22:24
 

ความคิดเห็น

รูปภาพของ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

 นุโมทนาบุญ

ผมหาประวัติของหลวงพ่อในเว็บไม่เจอ
ไม่ทราบมีข้อมูลตรงนี้ในส่วนไหนบ้างหรือเปล่าครับ

ขอบคุณครับ

Your rating: None
รูปภาพของ admin

ไม่มีหรอกครับ จะรู้ไปทำไมมันผ่านไปแล้วทั้งนั้น สนใจแค่ว่าสี่งที่หลวงพ่อสอนเป็นของจริงก็โอเคแล้วล่ะ

Your rating: None
รูปภาพของ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

ผมเห็นด้วยกับที่ให้คำตอบมานะครับ
และเข้าใจดีว่า ท้ายที่สุดแล้ว การไม่ตีกรอบให้กับนิกาย วิธี ขั้นตอน ไม่ต้องไม่ตั้งอะไรทั้งหมด เป็นคำพูดที่นำไปสู่ทางนั้น เพียงแค่เกิดความสนใจว่า หลวงพ่อท่านผ่านการเรียนรู้ ปฏิบัติ หรือ เดินทางมาจากที่ไหนยังไงบ้าง เหมือนกับการจะทำความรู้จักใครสักคน เราก็จะถามเขาบ้างพอสังเขปว่า เขาเกิดที่ไหน โตที่ไหน ไปทำอะไรมาบ้าง ฯลฯ เท่านี้เองครับ

แม้แต่คุณ admin เอง ก็ยังเล่าประวัติการปฏิบัติของตัวเองเอาไว้พอสังเขป
ทำให้สมาชิกและผู้สนใจ รู้จักตัวตนของคุณ admin มากขึ้น

ผมอาจจะยังไม่แตกฉานในแนวทางของหลวงพ่อเท่าไรนัก
แต่ผมประจักษ์ชัดแล้วว่า คำสอน ของหลวงพ่อ และคำพูดต่างๆ นั้น
เป็นคำที่ผุดออกมาจากสัจจจะ กำเนิดออกมาจากตัวธรรม ของทุกสิ่งทั้งหมด
เป็นคำพูดของผู้ที่ผ่าน แล้ว

เราจะได้พบกันเร็วๆ นี้ครับ คุณ admin

Your rating: None
รูปภาพของ admin

ที่ผมเล่าการปฏิบัติของผมเอาไว้ในเว็บก็เพราะ จะให้เห็นว่าผมก็มีพื้นฐานการปฏิบัติมาครับ แต่ก็กลับลำทันทีเมื่อเจอหลวงพ่อ เขียนเอาไว้ให้เป็นตัวอย่างของการสละเท่านั้น คือตอนที่ผมไปวัดแล้วเลิกตีพิมพ์หนังสือกลายเป็นกรณีที่ดังมากในหมู่ลููกศิษย์ครับ ก็เลยคิดว่าคงจะมีคนอยากรู้ว่าทำไมผมถึงกล้าทิ้งของเก่าแบบไม่ไยดีขนาดนั้น เท่านั้นเองครับ

ส่วนจะได้พบกันหรือไม่นั้บ ก็ต้องให้บารมีจัดสรรแล้วล่ะ

Your rating: None
รูปภาพของ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

ขอรบกวนค่ะ คือยังไม่ค่อยเข้าใจเท่่าไรเกี่ยวกับการปฏิบัติตามแนวทางของหลวงพ่อค่ะ

Your rating: None
รูปภาพของ admin

ท่านให้ทิ้งการปฏิบัติครับ เพราะการปฏิบัตินั่นคือการเอาตัณหาเข้าไปปฏิบัติครับ ก็แค่ปล่อยให้สภาวะธรรมทุกอย่างผ่านไปโดยที่เราไม่ข้องแวะ หรือแม้กระทั่งจะดู จะเห็นหรือไม่ก็ไม่เอาครับ มันจะกลายเป็นสภาวะ "สักแต่ว่า" ไปเอง ทุกอย่างช่างมัน ปล่อยให้มันเป็นไป ไม่ต้องมีตัวเราเข้าไป ดู รู้ นึก คิด ให้มันเป็นอัตโนมัติไปทุกอย่างครับ แล้วมันจะไปตรงกับกฏไตรลักษณ์ซึ่งเป็นธรรมที่ตรงเนื้อหาพระนิพพานไปเอง ก็ไม่ต้องไม่ตั้งกับทุกอย่าง ไม่เข้าไปมีความหมายอะไรกับอะไร แค่นี้อัตตาจะค่อยๆลดลงไปเองครับ หรือบางคนได้ฟังสัจธรรมแล้วบรรลุฉับพลันก็เยอะครับ

Your rating: None
รูปภาพของ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

สุดยอดไม่มีคำบรรยาย อยู่ีแล้ว

Your rating: None
รูปภาพของ เอก

Panda สาธุ เยี่ยม

Your rating: None
รูปภาพของ admin

ทีแรกว่าจะเปลี่ยนเอาภาพตัวเองออก เอาภาพอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองใส่แทน เพราะกลัวเข้าสังคมไม่ได้ คิดไปคิดมา เอ..ไม่เป็นไรหรอก สังคมมันก็สังสารวัฏเนาะ 555 รับไม่ได้ก็ช่างมัน

อีกอย่างคือจะประกาศสัจธรรมที่สูญหายไปนานกว่าพันปีทั้งที จะไม่แสดงตนมันก็ไม่ถูกจริงไหมครับ พูดสัจธรรมแท้นั้นไม่ต้องเกรงใจใครครับ อาจหาญไปเล้ย!!! Joking Joking

Your rating: None Average: 5 (1 vote)